วันเสาร์ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2556

โยเกิร์ตในชีวิตประจำวัน

          หลังจากที่เพื่อนๆได้รู้ถึงคุณประโยชน์และช่วงที่เหมาะสมของการกินโยเกิร์ตกันไปแล้วนะครับ ต่อจากนี้ก็จะเป็นการแนะนำการทำโยเกิร์ตที่เพื่อนๆสามารถทำทานเองได้ที่บ้าน การใช้ประโยชน์ของโยเกิร์ตกับผิวของเรา ทั้งยังมีวิธีเลือกซื้อโยเกิร์ตที่เหมาะสมกับตนเองอีกด้วยครับ รู้อย่างนี้แล้วเพื่อนๆก็อย่ารอช้าดีกว่า ไปอ่านกันเลยยนะจ๊ะ ^^
วิธีการทำโยเกิร์ตแบบง่ายๆ ที่ทำเองได้ที่บ้าน

ภาพโดย www.bansuanporpeang.com

เป็นวิธีสำหรับผู้ที่ต้องการผลิตโยเกิร์ตทานเองที่บ้าน มีวิธีการทำที่จะแนะนำดังนี้
ส่วนผสมสำหรับโยเกิร์ต ประมาณ 500 ml.
           1. นมสดพาสเจอร์ไรส์ หรือนม UHT เป็นแบบธรรมดา หรือพร่องไขมันก็ได้ 425 g. หรือ 2 ถ้วยตวง
           2. นมผงแบบนมผงธรรมดาหรือนมผงขาดมันเนย 75 g. หรือ 5 ช้อนโต๊ะ
           3. โยเกิร์ตถ้วยรสธรรมชาติ 75 g. หรือครึ่งถ้วยโยเกิร์ต
วิธีการทำ
           1. ตุ๋นนมในหม้อตุ๋น หรือใช้หม้อสองใบซ้อนกัน ใบนอกใส่น้ำต้มให้น้ำเดือดและใบในใส่นม (เพื่อไม่ให้นมไหม้)
           2. พอนมเริ่มอุ่น ละลายนมผงลงในน้ำนม
           3. ให้ความร้อนกับน้ำนมที่อุณหภูมิ 95C เป็นเวลา 5 นาที ถ้าไม่มีที่สัดอุณหภูมิให้ดูลักษณะของน้ำนมที่ร้อนจนคล้ายนมใกล้เดือดแล้วจับเวลา
           4. ยกลง ลดความร้อนของน้ำนมลงโดยใช้น้ำเย็นไหลผ่านด้านนอกของภาชนะที่ใช้ต้มนม หรือแช่ในน้ำแข็ง จนอุณหภูมิของนมอยู่ที่ประมาณ 45C หรืออุ่นพอที่จะทนได้เมื่อทดสอบโดยการหยดนมลงบนหลังมือ
           5. เติมโยเกิร์ตรสธรรมชาติลงไปในน้ำนม คนเบา ๆ ให้เข้ากัน
           6. ปิดฝา บ่มทิ้งไว้ที่อุณหภูมิ 43C เป็นเวลา 4-6 ชั่วโมง ถ้าไม่มีตู้บ่มสามารถใช้กล่องโฟมหรือกล่องที่สามารถเก็บความร้อนได้ใส่น้ำนมนั้นและบ่มเป็นเวลาประมาณ 6-8 ชั่วโมง หรือบ่มไว้ที่อุณหภูมิห้องประมาณ 8-10 ชั่วโมง จนกว่าจะได้เนื้อโยเกิร์ตที่เปรี้ยมตามที่ต้องการ

การใช้ประโยชน์ด้านอื่นๆจากโยเกิร์ต

         หลายคนคงสงสัยว่านอกจากเราจะได้คุณประโยชน์ทางสารอาหารจากการทานโยเกิร์ตแล้ว ยังมีวิธีใหนอีกบ้างที่น่าจะใช้ประโยชน์จากโยเกิร์ตได้ ผมก็เลยจะพาเพื่อนๆไปรู้จักวิธีใช้ประโยชน์จากโยเกิร์ตอีก วิธีที่นิยมใช้กันมาก จะเป็นวิธีเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์แบบไหน มีเรื่องราวที่น่าสนใจแค่ไหน ไปอ่านต่อกันเลยครับ > <

การบำรุงผิวหน้าด้วยโยเกิร์ต
  
ภาพโดย www.tegclub.com

โยเกิร์ตให้ประโยชน์อะไรกับผิวหน้าเราบ้าง 
ในโยเกิร์ตมีจุลินทรีย์แลคโตบาซิลลัสและแลคติค ที่ช่วยกำจัดสิ่งปกปรกบนรูขุมขน ลดสิวผดและความมันให้น้อยลง ทั้งยังมีวิตามินบีที่ช่วยบำรุงผิวหน้าให้ชุ่มชื่น เนียนสดใสขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ เปลี่ยนผิวหน้าที่เคยหมองคล้ำหยาบกร้านให้สวยขึ้นได้ และโยเกิร์ตก็ยังมีราคาที่ไม่แพง
วิธีการพอกหน้า
 ล้างทำความสะอาดผิวหน้าและมือให้สะอาด จากนั้นให้เลือกใช้โยเกิร์ตรสธรรมชาติ 1 ถ้วย(ต้องแช่ตู้เย็นเพื่อเพิ่มชุ่มเย็นและประสิทธิภาพให้โยเกิร์ต) ทาให้ทั่วใบหน้าแล้วจึงใช้ปลายนิ้วนวดเบา ๆ ประมาณ 20 นาทีหรือรอจนแห้ง แล้วล้างออกให้สะอาดด้วยน้ำอุ่น ซึ่งวิธีนี้สามารถพอกบำรุงผิวหน้าได้ทุกวัน *(อาจผสมอย่างอื่น ลงไปได้นะครับ เช่น น้ำผึ้ง เกลือ ผสมลงไปกับโยเกิร์ตเล็กน้อย) วิธีนี้สามารถใช้ได้ทุกส่วนของร่างกายเลยนะครับ

การบำรุงผมด้วยโยเกิร์ต
ภาพโดย pr.ladytips.com

โยเกิร์ต คือหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่ได้จากนมที่มีแคลเซียมสูง มีวิตามินและแร่ธาตุที่มีประโยชน์อีกเพียบ แถมยังมีจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ช่วยในเรื่องการขับถ่ายด้วย นอกจากเรื่องกินแล้วก็ยังนำมาผสมเป็นมาส์กและสครับสำหรับผิวได้ด้วย แต่ไม่ใช่แค่ผิวพรรณเท่านั้นนะคะ โยเกิร์ตรสธรรชาติไม่ผ่านการปรุงแต่งใด ๆ ยังดีต่อเส้นผมของเราอีกมาก ๆ ด้วย มาลองใช้โยเกิร์ตบำรุงผมดูบ้างก็ดีนะ ผมจะได้รับประโยชน์เต็ม ๆ ดัง 6 ข้อต่อไปนี้เลย 

1. ทำให้ผมแข็งแรงขึ้น
โปรตีนจากนมมีประโยชน์ที่วิเศษสุดสำหรับเส้นผม ทำให้เส้นผมแข็งแรงขึ้น แถมกรดแลคติกจากโยเกิร์ตยังกระตุ้นการไหลเวียนของเส้นเลือดที่หนังศีรษะ เส้นผมจึงได้รับอาหารหล่อเลี้ยงดีขึ้น ผมจึงแข็งแรงสุขภาพดีขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัยเลยล่ะ 

2. ผมเปล่งประกายได้เต็มที่
นอกจากบำรุงให้ผมแข็งแรง โยเกิร์ตยังช่วยเพิ่มความน้ำหนักให้เส้นผมได้อย่างเป็นธรรมชาติ เมื่อมาส์กผมด้วยโยเกิร์ตอย่างสม่ำเสมอผมที่ชี้ฟูจะดูลดลงได้ แถมยังหมดห่วงได้เลยว่าไม่มีสารเคมีที่ผสมมาอาจจะตกค้างแล้วทำร้ายเส้นผมในระยะยาวแน่นอน

3. บำรุงเพิ่มความชุ่มชื้น
หากคุณกำลังมองหาวิธีที่จะเพิ่มความชุ่มชื้นให้เส้นผมได้ โยเกิร์ตนี่แหละที่จะให้คุณได้อย่างที่ต้องการ มันช่วยเติมความชุ่มชื้นให้เส้นผม เส้นผมจึงอ่อนนุ่มปัญหาผมกระด้างและพันกันจึงลดลง ลองมาส์กผมด้วยโยเกิร์ต 20 นาทีแล้วสระตามปกติ หรือมาส์กด้วยโยเกิร์ตผสมไข่แดงสัก 10 นาทีดูนะครับ

ภาพโดย www.beauty-veiw.com

4. ผมชี้และแตกปลายจะหายไป
ด้วยคุณสมบัติเพิ่มความชุ่มชื้นแก่เส้นผม ปัญหาผมชี้ฟูและแตกปลายจึงค่อย ๆ จากไปจากคุณ เพียงใช้โยเกิร์ตรสธรรมชาติกับมะละกอสุกที่ผสมกันเนียนละเอียดจนเป็นครีม ใช้หมักผม 1-2 ครั้ง/สัปดาห์ ดูนะจ๊ะ

5. สู้ปัญหารังแค
 เมื่อโยเกิร์ตสดจับคู่กับน้ำมะนาวจะกลายมาส์กชั้นดีที่มีประสิทธิภาพในการต่อสู้กับปัญหารังแคและอาการคันหนังศีรษะ ทำให้หนังศีรษะรู้สึกสะอาดสดชื่นโดยที่ไม่แห้งเกินไปด้วยค่ะ
 >>> เห็นไหมละครับว่า โยเกิร์ตนั้นมีประโยชน์มากมายขนาดไหน จนเรียกได้ว่าป็น ซุปเปอร์โยเกิร์ตเลยใช่ใหมล่ะ รู้อย่างนี้แล้วเพื่อนก็อย่ารอช้ารีบไปหามาทานกันเลยดีกเพราะนอกจากจะทำให้ร่างกายเราแข็งแรงแล้วก็ยังมีรสชาดที่อร่อยอีกต่างหาก ทั้งนี้ทั้งนั้นเพื่อนๆก็ต้องพิจารณาดีๆก่อนซื้อด้วยนะ แล้วต้องทานในสัดส่วนที่เหมาะสมถึงจะได้ประที่คุ้มค่ากับการรับประทาน ซุปเปอร์โยเกิร์ต  ^ ^
เทคนิคการเลือกซื้อโยเกิร์ตที่ถูกต้อง
ภาพโดย evhiver.exteen.com

- ควรเลือกซื้อโยเกิร์ตที่มีวันผลิตใกล้เคียงกับวันที่ซื้อมากที่สุด หรือให้วันหมดอายุเหลือเวลานานหลายวัน

- เลือกซื้อรสธรรมชาติดีกว่าชนิดที่มีการปรุงแต่ง จะได้รับคุณค่าทางโภชนาการมากกว่า

ภาพโดย www.manager.co.th

- ถ้าอยากได้คุณค่าโปรตีนหรือแคลเซียม ควรเลือกดื่มนมสด (รสจืด) ดีกว่า เพราะราคาถูกและคุณค่าทางโภชนาการดีกว่า

- แม้จะเป็นโยเกิร์ตรสธรรมชาติ แต่ทุกยี่ห้อมีน้ำตาล การอ้างว่าไขมันต่ำหรือไม่มีไขมันไม่ได้หมายความว่าจะไม่ให้พลังงานแก่ร่างกาย โยเกิร์ต 1 ถ้วยที่นำมาทดสอบให้พลังงานระหว่าง 80-150 กิโลแคลอรี ถ้าอยากลดน้ำหนัก ให้กินอาหารหลักในปริมาณพอดีและงดโยเกิร์ตจะดีกว่า

- คนที่สุขภาพแข็งแรง และกินอาหารที่ดีมีประโยชน์อยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องกินโยเกิร์ตก็ได้

ข้อสุดท้าย นมเปรี้ยวชนิดพร้อมดื่ม (UHT) ได้รับความนิยมมากที่สุดเพราะรสชาติอร่อย แต่ไม่แนะนำให้ซื้อ โดยเฉพาะกับเด็กวัยเติบโต
เพราะนำนมพร่องมันเนยหรือหางน้ำนมมาหมักด้วยจุลินทรีย์แล้วแต่งด้วยสี กลิ่น หรือน้ำผลไม้ เพื่อปรุงแต่งรสชาติ ปริมาณโปรตีนจะลดลงเพราะถูกเจือจางด้วยน้ำ และได้รับน้ำตาลทรายเพิ่มขึ้น เพื่อให้รสหวานถูกลิ้นคนไทย


รู้ข้อมูลแล้วลองพิจารณากันดูว่าโยเกิร์ตแบบไหนเหมาะตัวเองกันนะครับ



อ้างอิงจาก
ที่มา : www.horapa.com
        : www.webnaijai.com
        : www.kapook.com
        : www.sanook.com
      

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น